สิ่งใดบ้างที่คุณควรเตรียมให้พร้อมก่อนไปขอกู้กับทางธนาคาร

เมื่อใดก็ตามที่คุณคิดที่จะขอกู้เงินจากทางธนาคารแน่นอนว่าเรื่องของความพร้อมของตัวบริษัทเองก็เป็นส่วนสำคัญมากเช่นกัน ดังนั้น วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นที่ว่า “สิ่งใดบ้างที่คุณควรเตรียมให้พร้อมก่อนไปขอกู้กับทางธนาคาร” จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย คุณควรรู้จักที่จะทำบัญชีเกี่ยวกับงบการเงินไว้ด้วย ส่วนนี้จะรวมถึงเรื่องของรายรับรายจ่ายทั้งหมดของบริษัทของคุณ เมื่อใดก็ตามที่คุณไปขอกู้เงินจากธนาคารเมื่อนั้นทางธนาคารจะทำการขอรายละเอียดส่วนนี้จากคุณหรือหากธุรกิจของคุณไม่ได้อยู่ในรูปแบบของบริษัท ทางธนาคารก็จะเปลี่ยนจากการดูบัญชีเกี่ยวกับงบการเงินไปเป็นการขอดูการเดินบัญชีแทน นั่นก็เป็นเพราะ ทางธนาคารต้องการพิจารณาว่าบริษัทของคุณนั้นในช่วงที่ผ่านมามีรายรับและรายจ่ายมากน้อยเพียงใดบ้าง มีการหมุนเวียนที่เป็นไปตามที่ได้มีการประมาณการเอาไว้หรือไม่ ดังนั้นหากคุณอยากที่จะขอเงินกู้ให้ผ่านคุณควรรู้จักจัดทำบัญชีงบการเงินและรู้จักดูแลเรื่องของการเดินบัญชีไว้ตั้งแต่แรกจะดีสุด คุณควรรู้จักวางแผนการเงินในส่วนที่เป็นเงินที่กำลังขอกู้ไว้ด้วย ส่วนนี้จะช่วยเป็นตัวบ่งชี้ที่แสดงถึงเหตุผลที่ว่าทำไมธุรกิจของคุณถึงจะเป็นต้องกู้เงิน ตามปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักจะมาขอกู้ใน 2 ลักษณะ คือ การกู้เงินเพื่อการลงทุนในส่วนของการขยายงาน อาทิเช่น เพื่อการขยายโรงงาน, เพื่อการซื้อเครื่องจักร ฯลฯ กับการกู้เงินเพื่อการนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในอนาคต อาทิเช่น เพื่อเป็นวงเงินไว้ใช้ในการเบิกเงินที่เกินจากบัญชี, เพื่อเป็นวงเงินสินเชื่อในการนำสินค้าเข้าและการส่งออก ฯลฯ

ค่ากับข้าวที่ไม่มีวันหมด

หากคุณเป็นแม่บ้านที่ต้องไปจ่ายตลาดทุกวัน การออมเงินด้วยวิธีที่จะพูดถึงในวันนี้นับว่าเหมาะสมกับวิถีชีวิตของคุณอย่างที่สุด มาดูกันดีกว่าค่ะว่าเราจะเปลี่ยนค่ากับข้าวให้กลายเป็นรายได้ไม่สิ้นสุดได้ด้วยวิธีไหน 1. เก็บเงินทอน เงินทอนที่เป็นเหรียญนั้น หากไม่อยากพกให้หนักกระเป๋าก็หยอดใส่กระปุกเสียให้หมด หรือจะเลือกเก็บแต่เหรียญห้า เหรียญสิบ ก็เลือกเอาตามใจชอบ ขออย่างเดียวคือ “อย่าแคะกระปุก” เท่านั้นพอ แต่หากเห็นว่าเก็บแต่เหรียญวันละไม่กี่บาทแล้วเมื่อไหร่จะรวย ก็ลองพิจารณาธนบัตรที่ไม่ค่อยจะได้รับทอนสักเท่าไหร่อย่างธนบัตรใบละห้าสิบบาทดูสิคะ โดยมีเงื่อนไขในการออมง่าย ๆ คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณได้รับแบงค์ 50 มาอยู่ในมือแล้วละก็ “อย่านำไปใช้” แต่ให้เก็บกลับมาหยอดกระปุกไว้แทน 2. เปลี่ยนเป็นสลากออมสิน เมื่อจำนวนเงินที่สะสมไว้ทวีจำนวนขึ้นจนเต็มกระปุก หรือสะสมจนครบเดือนแล้ว ก็ให้จัดการนำเงินออกมาเสีย จากนั้นก็นำเงินที่ได้ไปซื้อสลากออมสินเป็นการต่อยอดการออมขั้นต่อไปแถมยังได้ลุ้นรางวัลอีกด้วย เมื่อเรียบร้อยแล้วก็เริ่มมาสะสมกันใหม่ เมื่อคุณทำการออมเงินอย่างนี้วนไปเรื่อย ๆเงินเก็บของคุณก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย อย่าเพิ่งไปดูถูกว่าแค่เงินค่ากับข้าวจะทำให้คุณรวยขึ้นได้สักเท่าไหร่เชียวนะคะ ถ้าไม่เชื่อก็ลองทำดูแล้วพอครบปีก็มานั่งนับเงินที่คุณออมเอาไว้ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ รับรองว่าคุณจะต้องทึ่ง!

การเริ่มต้นเพื่อการทำธุรกิจ SME

สำหรับธุรกิจ SME นั้น หลายคนอาจมองว่าเป็นธุรกิจที่ทำแล้วประสบความสำเร็จได้ยาก เป็นธุรกิจที่กว่าจะสร้างขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างได้ช่างแสนยากเย็นเสียเหลือเกินโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการเริ่มต้นน่าจะเป็นช่วงที่สุดโหดที่สุด หลายคนจึงมักเกิดคำถามเกิดขึ้นว่า เมื่อเราอยากที่จะเริ่มทำธุรกิจประเภทนี้เราควรเริ่มต้นจากส่วนใดก่อน? แล้วควรทำอย่างไรถึงจะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างคนอื่น? จริงๆ แล้วการเริ่มทำธุรกิจ SME ไม่ใช่เรื่องยากขอเพียงแค่คุณรู้จักที่จะเรียนรู้ รู้จักที่จะศึกษาข้อมูลและประเมินความสามารถของตนเองให้ได้เสียก่อน คุณอาจเริ่มจากการหาข้อมูลเกี่ยวกับกำลังความสามารถของตนเอง รู้จักที่จะเข้าไปศึกษาทางด้านการตลาด ศึกษาลูกค้าและคู่แข่ง เมื่อทำสิ่งเหล่านี้เรียบร้อยถึงลงมือก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาก็ยังไม่สาย สำหรับปัญหาที่มักทำให้ธุรกิจประเภท SME ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เช่น ปัญหาของการทำธุรกิจแบบมือใหม่ ทำแบบไม่มีคอนเนคชัน สำหรับการทำธุรกิจนั้นเรื่องของคอนเนคชันเป็นสิ่งสำคัญมาก การที่ธุรกิจจะอยู่รอดได้หรือไม่เรื่องของคอนเนคชันเป็นปัจจัยหลักอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อธุรกิจโดยตรง หากคุณอยากให้ธุรกิจประสบความสำเร็จคุณควรมีคอนเนคชันหลายเจ้าเข้าไว้และพยายามสานความสัมพันธ์ให้เป็นไปอย่างยั่งยืนจะดีสุด ปัญหาการขาดกำลังคนที่มีประสบการณ์มาช่วยงาน จริงๆ แล้วการที่ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จนั้นปัจจัยหนึ่งที่มีผลกระทบอย่างชัดเจนต่อธุรกิจ ก็คือ ปัญหาการขาดกำลังคนที่มีประสบการณ์มาช่วยงาน ในช่วงแรกของการทำธุรกิจแน่นอนว่าคุณย่อมอยากหาบุคคลที่มีประสบการณ์มาร่วมงานด้วยซึ่งการจ้างบุคคลเหล่านั้นมักต้องใช้จำนวนเงินจำนวนมากพอสมควรหากคุณมีเงินไม่มากพอคุณก็อาจไม่สามารถดึงคนเหล่านั้นมาทำงานด้วยได้หรือในบางครั้งเพียงเพราะธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจแบบสตาร์ทอัพอาจทำให้บุคคลที่มีประสบการณ์ไม่กล้าที่จะก้าวเข้ามาร่วมงานด้วยนั่นจึงทำให้ธุรกิจของคุณอาจขาดบุคคลที่มีประสบการณ์ได้ในที่สุด

เรียนรู้…ธุรกิจ SME

การทำธุรกิจ SME จริง ๆ แล้วคืออะไร? วันนี้เราจะมาทำความรู้จักเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กัน ธุรกิจ SME ชื่อภาษาอังกฤษก็คือ “SMAILL AND MEDIUM ENTERPRISE” หมายถึง ธุรกิจประเภทขนาดกลางและขนาดย่อม ธุรกิจประเภทนี้จะครอบคลุมไปถึงธุรกิจ 3 รูปแบบด้วยกัน นั่นคือ ธุรกิจเกี่ยวกับการผลิต (ธุรกิจประเภทนี้จะครอบคลุมถึงการผลิตทางด้านเกษตรกรรม, การผลิตทางด้านอุตสาหกรรมและการผลิตทางด้านเหมืองแร่), ธุรกิจเกี่ยวกับการค้า (ธุรกิจประเภทนี้จะครอบคลุมถึงการค้าส่งและการค้าปลีก) และสุดท้าย คือ ธุรกิจเกี่ยวกับการบริการ ข้อดีของธุรกิจ SME นั้นมีด้วยกันหลายอย่าง อาทิเช่น เป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการสามารถเลือกทำในสิ่งที่ตนเองชอบ สิ่งที่ตนเองถนัด สามารถเลือกได้ตามความต้องการของตนเองได้เลย, เป็นธุรกิจที่สามารถทำได้ง่าย เนื่องจาก ธุรกิจประเภทนี้มีปัจจัยในการดำเนินการที่ไม่มากเท่าธุรกิจประเภทอื่น, ผู้ประกอบการจะมีความเป็นอิสระมากกว่าธุรกิจอื่นๆ เพราะ สามารถที่จะเข้าไปบริหารจัดการธุรกิจอย่างทั่วถึงมากที่สุดและหากเมื่อใดที่ต้องประสบกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจมักจะมีโอกาสในการฟื้นตัวได้ง่ายมากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่บางประเภท สำหรับข้อเสียของธุรกิจ SME นั้นก็มีเช่นกัน อาทิเช่น ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจประเภทนี้มักจะขาดความรู้เกี่ยวกับทักษะทางด้านการตลาดและการบริหารจัดการจนอาจทำให้เกิดปัญหาในอนาคตตามมาได้, ธุรกิจประเภทนี้มักไม่ค่อยสามารถรักษาพนักงานที่มีความสามารถหรือมีความชำนาญเอาไว้ได้ เนื่องจาก ส่วนใหญ่แล้วพนักงานที่มีประสบการณ์การทำงานมากๆ มักจะเลือกย้ายที่ทำงานใหม่ …

การทำธุรกิจ SME แบบเสี่ยงน้อย…คุณสามารถทำได้

การทำธุรกิจย่อมมีความเสี่ยงแต่จะเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยนั่นก็แล้วแต่การบริหารจัดการและระบบการคิดของตัวคุณเอง ดังนั้นการทำธุรกิจ SME ให้เสี่ยงน้อยสุดแม้มันจะยากแต่ก็ใช่ว่าจะรับมือไม่ได้ คุณสามารถรับมือกับเรื่องนี้ได้เพียงแค่คุณรู้จักที่จะ มีเพื่อนคู่คิดในการทำธุรกิจ การที่คุณนั้นคิดจะทำธุรกิจย่อมต้องมีเพื่อนคู่คิดที่คุณไว้ใจได้สักคน เพื่อนคู่คิดที่ดีควรเป็นบุคคลที่จริงใจกับคุณ คอยช่วยเหลือคุณเสมอไม่ว่าขณะนั้นจะเกิดสิ่งใดเกิดขึ้นกับคุณก็ตาม เพื่อนคู่คิดไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะคนในวงการธุรกิจของคุณเองเท่านั้นแต่อาจเป็นคนที่เป็นคู่ค้าหรือเป็นคนที่เป็นพันธมิตรในธุรกิจของคุณก็ได้ เพราะการที่คุณมีเพื่อนคู่คิดที่ดีนั่นจะยิ่งเป็นการช่วยเสริมสร้างฐานความแข็งแรงให้กับธุรกิจของคุณได้มากมาย ทำให้มีความมั่นคงมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวอย่างไม่น่าเชื่อ หมั่นทำการตรวจสอบเรื่องของสถานะธุรกิจของตนเองเป็นประจำ สิ่งนี้เรียกว่าเป็นเรื่องของการรู้จักติดตามสถานการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางด้านธุรกิจนั่นเอง คุณต้องมีความมั่นใจว่าในขณะที่คุณกำลังทำธุรกิจอยู่นั้นคุณมาถูกทางแล้ว คุณมีการรักษาจังหวะการดำเนินการธุรกิจที่เป็นไปอย่างเหมาะสมเสมอ คุณมีความพร้อมหากต้องพบเจอกับปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น มีการเล็งเป้าหมายอย่างชัดเจน แต่หากสิ่งใดที่คุณคิดว่าคุณควรปรับหรือคุณควรเปลี่ยนเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีกว่าคุณก็ควรทำ อย่ามัวแต่ฝืนหรือพยายามดันทุรังทำต่อไปจนท้ายที่สุดกลายเป็นการทำร้ายธุรกิจของตัวเองไปในที่สุด

ข้อควรรู้ในการเริ่มทำธุรกิจ SME

ข้อควรรู้ในการเริ่มทำธุรกิจ SME ที่คุณควรทราบมีด้วยกัน 2 สิ่ง นั่นคือ คุณควรรู้จักที่จะสอดส่อง รู้จักที่จะสำรวจตลาดทั้งในส่วนของลูกค้าและส่วนของคู่แข่งไว้เสมอ เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับการทำธุรกิจ SME คุณจำเป็นต้องทราบข้อมูลในส่วนของลูกค้าและคู่แข่งไว้ให้มากๆ (ยิ่งทราบมากเท่าใดยิ่งเป็นประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น) ในกรณีของลูกค้า คุณควรลองทำการสำรวจเรื่องของความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ควรพิจารณาดูว่าจริงๆ แล้วลูกค้าต้องการสิ่งใด, สิ่งใดบ้างที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด, สิ่งใดบ้างที่ลูกค้าต้องการน้อยที่สุด, สินค้าของคุณจริงๆ แล้วเหมาะกับกลุ่มลูกค้าแบบใด เพศใด อายุเท่าไร (กลุ่มเป้าหมาย) เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยในการเป็นแนวทางเพื่อการวางแผนทางด้านการตลาดและการผลิตให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด และสำหรับในกรณีของคู่แข่ง คุณจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบถึงจุดเด่นและจุดด้อยของคู่แข่งว่าทางเขานั้นเป็นเช่นไรแต่เราขอบอกเลยว่ากรณีนี้อาจทำได้ยากเล็กน้อย เนื่องจาก ข้อมูลเหล่านี้ส่วนใหญ่คู่แข่งมักปกปิดไม่ให้คุณทราบ ดังนั้น คุณอาจต้องอาศัยความสามารถพิเศษในการสืบเสาะข้อมูลออกมาให้ได้ คุณต้องรู้จักที่จะสร้างธุรกิจของตัวคุณเองขึ้นมาให้ได้เสียก่อน ในการสร้างธุรกิจขึ้นมานั้นคุณต้องมีสิ่งต่อไปนี้ นั่นคือ การกำหนดวัตถุประสงค์ กำหนดเป้าหมายธุรกิจ, เรื่องของรูปแบบองค์กร, เรื่องของการหาแหล่งของเงินทุน, เรื่องของสินค้า บริการที่คุณตั้งใจผลิต, เรื่องของการจำหน่ายสินค้า, เรื่องของการจัดการเกี่ยวกับการเงินและสุดท้ายเรื่องของพนักงาน หากคุณสามารถบริหารจัดการสิ่งเหล่านี้ในธุรกิจของคุณได้ (บริหารจัดการให้สามารถดำเนินไปอย่างเป็นระบบ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ) ธุรกิจ SME ของคุณก็น่าจะเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นและมีวี่แววว่าน่าจะประสบความสำเร็จในอนาคตได้นั่นเอง

การวางแผนการทำธุรกิจ SME ให้รอด

หลายคนอาจสงสัยว่าจริง ๆ แล้วการทำธุรกิจ SME ให้รอดนั้นสามารถทำได้จริงหรือ? เราอยากจะบอกคุณเลยว่า จริง ๆ แล้วคุณสามารถทำได้ขอเพียงแค่คุณรู้จักวางแผนทางการตลาดให้ดี หากคุณมีการวางแผนที่ดีตั้งแต่แรกนั่นย่อมทำให้คุณฟันฝ่าวิกฤติการณ์ทางด้านเศรษฐกิจไปได้อย่างแน่นอนและสิ่งที่เราอยากจะขอแนะนำให้คุณควรวางแผนเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ คุณควรมีการวางแผนการตลาดที่ดี ในยุคสมัยนี้คุณควรรู้จักหันมาลดต้นทุนด้วยการผันตัวเองไปขายผ่านทางระบบออนไลน์ให้มากขึ้น ขอบอกเลยว่าการทำอีคอมเมิร์ซหรือการเลือกทำการค้าขายผ่านทางระบบออนไลน์นั้นได้กลายเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เป็นช่องทางที่มีความทันสมัยมากอีกช่องทางหนึ่ง เป็นช่องทางที่มีแนวโน้มในการเจริญเติบโตที่น่าจะพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการค้าแบบนี้จะยิ่งเป็นการช่วยลดเรื่องของต้นทุนในเรื่องของการฝากขายสินค้าที่บริเวณหน้าร้านหรือการต้องเช่าพื้นที่เพื่อการทำธุรกิจ นอกจากนี้การขายผ่านระบบออนไลน์คุณยังสามารถทำได้แบบตลอด 24 ชั่วโมงไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะเวลาใด คุณก็พร้อมที่จะสามารถทำธุรกิจกับลูกค้าได้ตลอดเวลา การมีพนักงานที่มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานและการบริการ เรื่องนี้สำคัญมาก เนื่องจาก การจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้นั้นเรื่องของพนักงานก็สำคัญ พนักงานต้องเป็นคนที่ให้ความร่วมมือร่วมใจกับธุรกิจของคุณ ต้องให้ความใส่ใจต่อธุรกิจ ต้องรู้จักที่จะจับมือกันเพื่อก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นหากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจคุณต้องรู้จักที่จะสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการทำงานและการบริการให้กับพนักงานอยู่เสมอและที่สำคัญคุณต้องรู้จักที่จะสอนให้พนักงานได้หมั่นเรียนรู้ หมั่นพัฒนาศักยภาพของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะ หากพนักงานสามารถพัฒนาได้นั่นจะทำให้พวกเขากลายเป็นอาวุธชั้นเยี่ยมสำหรับธุรกิจของคุณ ทำให้พวกเขากลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่คุณสามารถนำไปใช้ในการต่อสู้กับธุรกิจคู่แข่งได้นั่นเอง

สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับต้นๆ ในการเริ่มทำธุรกิจ SME

ปัจจุบันมีผู้คนมากมายเริ่มหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการสร้างธุรกิจ SME กันมากขึ้น วันนี้เราจึงอยากจะมาเสนอสามสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับต้นๆ ในการเริ่มทำธุรกิจ SME มาฝากกันด้วย ได้แก่ สิ่งแรก คือ คุณต้องรู้จักที่จะศึกษาตนเอง รู้จักที่จะประเมินตนเองเสียก่อนเป็นอันดับแรก ในการประเมินนั้นคุณควรประเมินตนเองว่าจริงๆ แล้วตัวคุณเองมีคุณสมบัติที่เพียงพอต่อการดำเนินการทำธุรกิจ SME หรือไม่? ตัวอย่างเช่น คุณมีความรู้ มีความเข้าใจ มีความสามารถที่เพียงพอต่อการทำธุรกิจจริงหรือ? , คุณมีความอดทน มีความอดกลั้น มีความขยันและมีความซื่อสัตย์ต่อการทำธุรกิจหรือไม่?, คุณมีความกล้าพอที่จะรับต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้หรือไม่?, คุณมีความหนักแน่น มีความตั้งใจจริงและมีความกล้าที่จะตัดสินใจในการทำธุรกิจหรือไม่? เป็นต้น สิ่งที่สอง คือ คุณต้องรู้จักที่จะเลือกประเภทของธุรกิจให้เหมาะสมกับตัวคุณเองมากที่สุด ในการพิจารณานั้นคุณสามารถพิจารณาจากเรื่องของความชอบ เรื่องของความถนัด เรื่องของความสนใจในสิ่งนั้นๆ เป็นหลักได้ เนื่องจาก ในการทำธุรกิจนั้นหากคุณอยากทำให้มีความสุขคุณควรทำในสิ่งที่ตนเองรักหรือชอบจริงๆ เพราะการที่คนเราได้ลงมือทำในสิ่งที่รักนั่นย่อมทำให้เกิดความอยากศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพ่อมาพัฒนางานของตนเอง อยากที่จะมองหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อมาช่วยในการพัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น สิ่งที่สาม คือ คุณต้องรู้จักที่จะทำการสำรวจเรื่องของฐานะทางการเงินของตนเองไว้ด้วย ควรสำรวจว่าตนเองนั้นมีเงินเพียงพอต่อการทำธุรกิจหรือไม่ เพราะการทำธุรกิจที่ดีคือคุณต้องมีเงินที่เพียงพอและรู้จักที่จะบริหารจัดการอย่างเป็นระบบนั่นเอง

การจัดตั้งธุรกิจ SME

สำหรับธุรกิจ SME เรื่องของการจัดตั้งธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญมาก วันนี้เราจึงอยากจะมาพูดเกี่ยวกับประเด็นนี้ให้เพื่อนๆ ได้ทราบกัน จะมีอะไรบ้างเราไปดูพร้อมกันเลย อันดับแรก คือ การกำหนดวัตถุประสงค์ กำหนดเป้าหมายธุรกิจ ส่วนนี้เป็นสิ่งที่ต้องมีความชัดเจน คุณต้องสามารถระบุได้ว่าธุรกิจที่คุณตั้งใจจะลงมือทำนั้นคือธุรกิจประเภทใด คิดจะสร้างหรือลงมือทำที่ไหน คิดจะทำอย่างไร ผลที่คุณคาดว่าจะได้รับเป็นเช่นไรและที่สำคัญเมื่อคุณเริ่มทำธุรกิจแล้วคุณต้องคำนึงให้มากๆ ว่าคุณนั้นมีความสามารถมากพอที่จะทำให้ธุรกิจนั้นเกิดขึ้นได้จริงและสามารถทำได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้อย่างแน่นอน อันดับที่สอง คือ เรื่องของรูปแบบองค์กร สำหรับรูปแบบขององค์กรนั้นค่อนข้างมีหลายรูปแบบ อาทิเช่น เจ้าของธุรกิจคนเดียว, แบบห้างหุ้นส่วนที่มีจำนวน 2 คนขึ้นไป ดังนั้นในส่วนนี้แล้วแต่คุณจะกำหนดได้เลย (ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับเรื่องของเงินทุนในการเริ่มต้นสร้างธุรกิจร่วมด้วย) อันดับที่สาม คือ เรื่องของการหาแหล่งเงินทุน ตามปกติแล้วแหล่งเงินทุนมักมีด้วยกัน 2 แหล่ง นั่นคือ เงินทุนที่คุณมีอยู่แล้วในมือ กับ เงินทุนที่คุณได้มาจากการกู้ยืมจากบุคคลหรือจากสถานที่อื่น สำหรับเรื่องของการขอกู้นั้นหากคุณยังเป็นนักธุรกิจมือใหม่อาจเป็นเรื่องยากเล็กน้อย เนื่องจาก ในขณะที่คุณกำลังอยู่ในช่วงเริ่มทำธุรกิจคุณอาจยังมีความน่าเชื่อถือที่ไม่มากพอ ดังนั้น หากคุณอยากที่จะกู้ให้ผ่านไวๆ คุณควรรีบสร้างสิ่งสำคัญอย่างเครดิตให้ไวที่สุด ยิ่งคุณมีประวัติดี ดูแล้วมีความน่าเชื่อถือมากเท่าไรนั่นจะยิ่งเป็นการดีต่อธุรกิจของคุณมากขึ้นเท่านั้น อันดับที่สี่ คือ เรื่องของสินค้าและบริการของคุณ ส่วนนี้จะต้องมีความสอดคล้องกับเรื่องของข้อมูลอันเป็นความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าและสินค้าหรือบริการนั้นควรมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วไม่ซ้ำใคร …

การวางแผนด้านกลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับการทำธุรกิจ SME

สำหรับการทำธุรกิจ SME ให้อยู่รอดในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันนั่นแน่นอนว่าคุณจำเป็นต้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับเรื่องของการวางแผนด้านกลยุทธ์ทางการตลาดไว้เป็นหลัก เพราะ การวางแผนจะช่วยทำให้ธุรกิจของคุณสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้อย่างยั่งยืน แล้วการวางแผนด้านกลยุทธ์ทางการตลาดมีอะไรบ้าง!! วันนี้เราได้นำเอาตัวอย่างบางส่วนมาฝากคุณผู้อ่านกันด้วย จะมีสิ่งใดน่าสนใจบ้างเราไปชมพร้อม ๆ กันเลย การรู้จักหาช่องทางใหม่เพื่อเป็นการช่วยขยายตลาดให้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่ลูกค้าเก่าเริ่มมีกำลังในการซื้อที่ลดน้อยลง คุณจงอย่าเลือกนิ่งเฉยต่อสถานการณ์เหล่านั้นเป็นอันขาด คุณต้องรู้จักที่จะหมั่นมองหาช่องทางใหม่ๆ เพื่อเป็นการเปิดตลาดใหม่มาทดแทนตลาดเก่า พยายามเลือกเจาะกลุ่มบุคคลที่มีกำลังซื้อสูงเข้าไว้ อาจเลือกพาร์ตเนอร์ที่มีความรู้ความสามารถในการเจาะกลุ่มลูกค้าเข้ามาร่วมงานในธุรกิจของคุณด้วยก็ได้ พยายามเลือกออกบูธให้ตรงกับลักษณะกลุ่มลูกค้าให้มากที่สุด ยิ่งในช่วงยุคปัจจุบัน ยุคที่เศรษฐกิจกำลังฝืดเคือง ยุคที่อะไรๆ ก็ดูท่าจะขายได้ยากมากขึ้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เลือกทำธุรกิจ SME คุณควรต้องรู้จักคาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้บ้าง ควรรู้จักที่จะเลือกทำการตลาดให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าให้มากที่สุด พยายามทำการตลาดให้มีความชัดเจนมากขึ้น รู้จักที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าให้เป็นไปแบบตรงเป้าหมายในทันที อาจเลือกที่จะจัดบูธตามกลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ เลยก็ได้ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจรถมอเตอร์ไซด์คุณก็อาจจะไปออกบูธในงานมอเตอร์โชว์ เป็นต้น