ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการ SME จะได้รับเมื่อจดทะเบียนพาณิชย์

สำหรับการทำธุรกิจ SME คุณทราบหรือไม่ว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณทำการจดทะเบียนพาณิชย์เรียบร้อยแล้วนั่นย่อมเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก แล้วอะไรคือประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับจากการจดทะเบียนพาณิชย์กันละ!!! สำหรับประโยชน์นั้นมีมากมายหลายอย่าง อาทิเช่น เป็นการช่วยเพิ่มช่องทางในการประชาสัมพันธ์ให้กับธุรกิจของคุณ เมื่อคุณจดทะเบียนพาณิชย์เรียบร้อยแล้วทางหน่วยงานผู้จดทะเบียนจะดำเนินการนำรายชื่อธุรกิจของคุณเข้าไปไว้ในฐานข้อมูลของทางหน่วยงานซึ่งข้อมูลนี้จะถูกแสดงต่อประชาชน ทำให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบเกี่ยวกับสถานะและตัวตนธุรกิจของคุณได้และนั่นจะยิ่งทำให้ธุรกิจของคุณค่อยๆ เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ เป็นการช่วยเพิ่มเรื่องของความน่าเชื่อถือของธุรกิจให้มีเพิ่มมากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่คุณทำการจดทะเบียนพาณิชย์แล้วทางหน่วยงานผู้จดทะเบียนจะดำเนินการจัดทำเครื่องหมาย REGISTERD ให้กับคุณโดยทางหน่วยงานจะทำการแจ้งเครื่องหมายนี้ผ่านทางระบบอีเมล์ที่คุณแจ้งไว้ (ในลักษณะของรูปแบบ SOURCE CODE) ซึ่งเครื่องหมายนี้ทางผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้แสดงบนส่วนที่เป็นเว็บไซด์หรือในหน้าเพจต่าง ๆ ของตนเองได้ การแสดงเครื่องหมายนี้จะช่วยเป็นการแสดงตัวตนให้กับทางลูกค้าได้ทราบว่าธุรกิจของคุณนั้นได้ทำการจดทะเบียนพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คราวนี้ลูกค้าก็จะยิ่งเกิดความมั่นใจต่อธุรกิจของคุณมากยิ่งขึ้นอีกหลายเท่าตัวนั่นเอง เป็นการช่วยทำให้ธุรกิจของคุณสามารถดำเนินการขอรับเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือ (หรือที่เรียกว่า TRUSTMARK) ของหน่วยงานผู้จดทะเบียนได้ซึ่งเครื่องหมายประเภทนี้ค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเครื่องหมาย REGISTERD อีกด้วย

ปัจจัยสำคัญที่ธนาคารนิยมใช้ในการพิจารณาอนุมัติเงินกู้

ประเด็นหนึ่งที่เราไม่สามารถมองข้ามไปได้สำหรับคนที่สนใจอยากทำธุรกิจ SME นั่นคือเรื่องของการขอกู้เงินเพื่อการทำธุรกิจ SME แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากถึงมากที่สุดเลยก็ว่าได้และนั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ว่าทำไมวันนี้เราจึงจะมาพูดถึงปัจจัยสำคัญที่ทางธนาคารมักนำมาใช้ในการพิจารณาเพื่อการตัดสินใจอนุมัติเงินกู้ ว่าแต่จะมีอะไรบ้างเราไปศึกษาพร้อมกันในบทความนี้ได้เลย สิ่งแรก คือ เรื่องของความสำเร็จของตัวธุรกิจ ส่วนใหญ่แล้วธุรกิจที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมักมีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยเงินทุนของตนเองในการก่อร่างสร้างตัวเป็นหลักและเมื่อธุรกิจดำเนินไปได้สักระยะหนึ่ง เมื่อถึงจุดที่จำเป็นที่จะต้องขยายธุรกิจให้ใหญ่โตมากขึ้นเมื่อนั้นย่อมต้องใช้เงินทุนในการขยายธุรกิจอีกรอบและแน่นอนว่าหลายคนเลือกที่จะขอกู้กับทางธนาคาร ตามปกติแล้วธนาคารส่วนใหญ่มักจะเลือกอนุมัติเงินกู้ให้กับธุรกิจที่มีการดำเนินกิจการมายาวนานอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป เพราะ การดำเนินการในระยะเวลาขนาดนี้ได้นั่นแปลว่าธุรกิจนั้นย่อมมีความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้วนั่นเอง สิ่งที่สอง คือ ต้องเป็นธุรกิจที่มีแผนธุรกิจที่ชัดเจน เวลาที่คุณอยากจะไปขอเงินกู้คุณควรรู้จักที่จะนำเสนอธุรกิจของคุณต่อธนาคารให้ชัดเจนมากที่สุด ตัวอย่างเช่น คุณควรพยายามเสนอว่าธุรกิจของคุณนั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งใด, เป็นธุรกิจด้านไหน, มีกลุ่มลูกค้าเป็นใครบ้าง, แล้วรายได้ส่วนใหญ่มาจากที่ใด, กำไรที่ได้มานั้นได้มาอย่างไร, มีแหล่งเงินทุนอื่นใดหรือไม่, ต้นทุนเป็นเช่นไร, มีวิธีการในการบริหารจัดการการเงินอย่างไร เป็นต้น โดยทุกสิ่งที่เรากล่าวมานั้นควรเป็นสิ่งที่จะแสดงให้ทางธนาคารเห็นถึงผลกำไรแทบทั้งสิ้น แสดงให้ชัดเจนไปเลยว่าธุรกิจของคุณนั้นมีการวางระบบการบริหารจัดการที่ดีเยี่ยม

ธุรกิจ SME กับการขอกู้เงินธนาคาร

สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่คนที่คิดอยากทำธุรกิจ SME จำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ เรื่องของการขอกู้เงินกับทางธนาคาร สิ่งนี้กลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะกับบุคคลที่อาจมีทุนทรัพย์น้อยหรือมีทุนการลงทุนที่ยังไม่เพียง เราเชื่อว่าหลายคนในที่นี้อาจเริ่มทำธุรกิจจากการใช้เงินเก็บของตนเองมาลงทุน อาจพยายามที่จะสร้างธุรกิจของตนเองแบบต่อยอดขึ้นมาเรื่อยๆ แต่แล้วเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งจุดที่ธุรกิจเริ่มมีการขยายตัวมากขึ้น เรื่องของความต้องการทางด้านเงินทุนย่อมต้องมีมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น เรื่องของการกู้เงินกับทางธนาคารจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการหาเงินทุนเพื่อการสร้างธุรกิจให้ก้าวไปอย่างยั่งยืนและแน่นอนว่าการขอกู้ธนาคารไม่ใช่เรื่องง่ายดายเสียเลย การที่ธนาคารจะอนุมัติให้ผ่านนั้นก็ยากเอาเรื่องอยู่เช่นกัน ใช่ว่าทุกคนที่เดินเข้าไปขอกู้จะขอผ่านได้หมดทุกคน เนื่องจาก ทางธนาคารจำเป็นต้องมีปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามาใช้ในการพิจารณเพื่อการดำเนินการอนุมัติผลให้กับทางผู้กู้นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการพิจารณาผลการอนุมัตินั้นมักจะประกอบไปด้วยเรื่องของความสำเร็จในการดำเนินการทำธุรกิจ ควรเป็นธุรกิจที่มีแผนค่อนข้างชัดเจนพอสมควร เป็นธุรกิจที่มีการจัดทำบัญชีเกี่ยวกับงบการเงินเรียบร้อยและถูกต้อง มีแผนการใช้เงินในอนาคต (เป็นการวางแผนคร่าวๆ เกี่ยวกับเงินที่คิดจะขอกู้กับธนาคารในขณะนั้น) และเป็นธุรกิจที่มีประวัติทางด้านการเงินที่บ่งชี้ให้เห็นถึงเรื่องของความซื่อสัตย์ของตัวผู้ขอกู้และตัวธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด เป็นต้น

มารู้จักการจดทะเบียนพาณิชย์กันเถอะ…

การจดทะเบียนพาณิชย์นับว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญของการทำธุรกิจประเภท SME สำหรับผู้ประกอบการที่มีความจำเป็นต้องจดทะเบียนพาณิชย์มีมากมายหลายสาขา อาทิเช่น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขายหรือการให้เช่าแผ่นซีดีหรือแผ่นวิดีทัศน์อันเกี่ยวข้องกับการบันเทิงทุกประเภท, ธุรกิจด้านการขายอัญมณี, ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการโรงสีข้าว, ธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต, ธุรกิจการให้บริการทางด้านอินเตอร์เน็ต, ธุรกิจการปล่อยให้เช่าพื้นที่เครื่องคอมพิวเตอร์แบบเป็นแม่ข่าย, ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางทะเล, ธุรกิจการให้บริการคาราโอเกะและตู้เพลง, ธุรกิจการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการเล่นเกม เป็นต้น สำหรับการจดทะเบียนพาพาณิชย์นั้นผู้ประกอบการสามารถจดได้ตามสถานที่ดังต่อไปนี้ สำหรับภายในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานครนั้นคุณสามารถไปขอจดได้ที่ฝ่ายปกครองของสำนักงานเขตทุกที่ในกรุงเทพมหานครหรืออาจขอจดที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร, สำหรับจังหวัดอื่นคุณสามารถทำการขอยื่นจดทะเบียนได้ที่เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล (ทั้งหมดนี้จะขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งของสถานประกอบการนั้น ๆ ด้วย) สำหรับเอกสารที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเตรียมให้พร้อมเพื่อนำไปใช้ประกอบการขอจดทะเบียนพาณิชย์ อาทิเช่น สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประกอบการ, สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกอบการ, เอกสารแนบ (แบบทพ.), ภาพปริ้นหน้าแรกของตัวหน้าร้านออนไลน์, ภาพวาดสถานที่ตั้งของสถานประกอบการ, หนังสือรับรองที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนธุรกิจ (กรณีของการจดในนามนิติบุคคล) เป็นต้น ทั้งนี้หากคุณยังไม่ได้จดทะเบียนให้คุณทำการจดให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาสามสิบวันนับตั้งแต่คุณเริ่มมีการดำเนินการประกอบธุรกิจ

ธุรกิจ SME กับการจดทะเบียนพาณิชย์

ทุกวันนี้หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่าจริงๆ แล้วธุรกิจ SME หลายธุรกิจมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการจดทะเบียนพาณิชย์ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายคนอาจมองข้ามไปและนั่นจึงทำให้ในวันนี้เราจึงอยากที่จะเลือกนำเอาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้มาฝากทุกคนกันด้วยจะมีอะไรบ้างที่คุณควรทราบ จะมีอะไรบ้างที่น่าสนใจเราไปทำความเข้าใจพร้อมๆ กันเลย เรื่องของความสำคัญในการจดทะเบียนพาณิชย์ การจดทะเบียนพาณิชย์เป็นหลักฐานทางด้านการค้าที่สำคัญสำหรับธุรกิจ SME เป็นการช่วยเรื่องของการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตัวธุรกิจ เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าลูกค้านั้นจะได้รับสินค้ารวมทั้งบริการจากธุรกิจของคุณจริง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นธุรกิจแบบออนไลน์, ธุรกิจที่ต้องมีการรับสินค้า-ส่งสินค้าไปยังโซนต่างจังหวัด) เนื่องจาก การจดทะเบียนพาณิชย์นั้นเป็นเสมือนการแสดงให้เห็นว่าธุรกิจของคุณนั้นมีอยู่จริง มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยทำให้คุณสามารถนำไปใช้ประกอบในส่วนของใบ Statement เพื่อการขอกู้ซื้อบ้าน เพื่อการขอกู้ซื้อรถหรือเพื่อการหาเงินรูปแบบต่างๆ (แบบถูกกฎหมาย) ให้กลายเป็นเรื่องง่ายดายมากขึ้น นอกจากนี้การจดทะเบียนพาณิชย์ยังกลายเป็นแหล่งข้อมูลชั้นเยี่ยมในการใช้เพื่อตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้า เป็นการพิจารณาแนวโน้มของธุรกิจว่าในขณะนั้นธุรกิจใดบ้างที่กำลังได้รับความนิยม สถานที่ใดบ้างที่เป็นสถานที่ที่มีธุรกิจตั้งอยู่มากมายและเพื่อให้บุคคลทั่วไปสามารถเลือกนำไปใช้เพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจในการเริ่มต้นดำเนินการธุรกิจให้เป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้นได้อีกด้วย

สิ่งใดบ้างที่คุณควรเตรียมให้พร้อมก่อนไปขอกู้กับทางธนาคาร

เมื่อใดก็ตามที่คุณคิดที่จะขอกู้เงินจากทางธนาคารแน่นอนว่าเรื่องของความพร้อมของตัวบริษัทเองก็เป็นส่วนสำคัญมากเช่นกัน ดังนั้น วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นที่ว่า “สิ่งใดบ้างที่คุณควรเตรียมให้พร้อมก่อนไปขอกู้กับทางธนาคาร” จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย คุณควรรู้จักที่จะทำบัญชีเกี่ยวกับงบการเงินไว้ด้วย ส่วนนี้จะรวมถึงเรื่องของรายรับรายจ่ายทั้งหมดของบริษัทของคุณ เมื่อใดก็ตามที่คุณไปขอกู้เงินจากธนาคารเมื่อนั้นทางธนาคารจะทำการขอรายละเอียดส่วนนี้จากคุณหรือหากธุรกิจของคุณไม่ได้อยู่ในรูปแบบของบริษัท ทางธนาคารก็จะเปลี่ยนจากการดูบัญชีเกี่ยวกับงบการเงินไปเป็นการขอดูการเดินบัญชีแทน นั่นก็เป็นเพราะ ทางธนาคารต้องการพิจารณาว่าบริษัทของคุณนั้นในช่วงที่ผ่านมามีรายรับและรายจ่ายมากน้อยเพียงใดบ้าง มีการหมุนเวียนที่เป็นไปตามที่ได้มีการประมาณการเอาไว้หรือไม่ ดังนั้นหากคุณอยากที่จะขอเงินกู้ให้ผ่านคุณควรรู้จักจัดทำบัญชีงบการเงินและรู้จักดูแลเรื่องของการเดินบัญชีไว้ตั้งแต่แรกจะดีสุด คุณควรรู้จักวางแผนการเงินในส่วนที่เป็นเงินที่กำลังขอกู้ไว้ด้วย ส่วนนี้จะช่วยเป็นตัวบ่งชี้ที่แสดงถึงเหตุผลที่ว่าทำไมธุรกิจของคุณถึงจะเป็นต้องกู้เงิน ตามปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักจะมาขอกู้ใน 2 ลักษณะ คือ การกู้เงินเพื่อการลงทุนในส่วนของการขยายงาน อาทิเช่น เพื่อการขยายโรงงาน, เพื่อการซื้อเครื่องจักร ฯลฯ กับการกู้เงินเพื่อการนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในอนาคต อาทิเช่น เพื่อเป็นวงเงินไว้ใช้ในการเบิกเงินที่เกินจากบัญชี, เพื่อเป็นวงเงินสินเชื่อในการนำสินค้าเข้าและการส่งออก ฯลฯ

การเริ่มต้นเพื่อการทำธุรกิจ SME

สำหรับธุรกิจ SME นั้น หลายคนอาจมองว่าเป็นธุรกิจที่ทำแล้วประสบความสำเร็จได้ยาก เป็นธุรกิจที่กว่าจะสร้างขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างได้ช่างแสนยากเย็นเสียเหลือเกินโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการเริ่มต้นน่าจะเป็นช่วงที่สุดโหดที่สุด หลายคนจึงมักเกิดคำถามเกิดขึ้นว่า เมื่อเราอยากที่จะเริ่มทำธุรกิจประเภทนี้เราควรเริ่มต้นจากส่วนใดก่อน? แล้วควรทำอย่างไรถึงจะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างคนอื่น? จริงๆ แล้วการเริ่มทำธุรกิจ SME ไม่ใช่เรื่องยากขอเพียงแค่คุณรู้จักที่จะเรียนรู้ รู้จักที่จะศึกษาข้อมูลและประเมินความสามารถของตนเองให้ได้เสียก่อน คุณอาจเริ่มจากการหาข้อมูลเกี่ยวกับกำลังความสามารถของตนเอง รู้จักที่จะเข้าไปศึกษาทางด้านการตลาด ศึกษาลูกค้าและคู่แข่ง เมื่อทำสิ่งเหล่านี้เรียบร้อยถึงลงมือก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาก็ยังไม่สาย สำหรับปัญหาที่มักทำให้ธุรกิจประเภท SME ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เช่น ปัญหาของการทำธุรกิจแบบมือใหม่ ทำแบบไม่มีคอนเนคชัน สำหรับการทำธุรกิจนั้นเรื่องของคอนเนคชันเป็นสิ่งสำคัญมาก การที่ธุรกิจจะอยู่รอดได้หรือไม่เรื่องของคอนเนคชันเป็นปัจจัยหลักอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อธุรกิจโดยตรง หากคุณอยากให้ธุรกิจประสบความสำเร็จคุณควรมีคอนเนคชันหลายเจ้าเข้าไว้และพยายามสานความสัมพันธ์ให้เป็นไปอย่างยั่งยืนจะดีสุด ปัญหาการขาดกำลังคนที่มีประสบการณ์มาช่วยงาน จริงๆ แล้วการที่ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จนั้นปัจจัยหนึ่งที่มีผลกระทบอย่างชัดเจนต่อธุรกิจ ก็คือ ปัญหาการขาดกำลังคนที่มีประสบการณ์มาช่วยงาน ในช่วงแรกของการทำธุรกิจแน่นอนว่าคุณย่อมอยากหาบุคคลที่มีประสบการณ์มาร่วมงานด้วยซึ่งการจ้างบุคคลเหล่านั้นมักต้องใช้จำนวนเงินจำนวนมากพอสมควรหากคุณมีเงินไม่มากพอคุณก็อาจไม่สามารถดึงคนเหล่านั้นมาทำงานด้วยได้หรือในบางครั้งเพียงเพราะธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจแบบสตาร์ทอัพอาจทำให้บุคคลที่มีประสบการณ์ไม่กล้าที่จะก้าวเข้ามาร่วมงานด้วยนั่นจึงทำให้ธุรกิจของคุณอาจขาดบุคคลที่มีประสบการณ์ได้ในที่สุด

เรียนรู้…ธุรกิจ SME

การทำธุรกิจ SME จริง ๆ แล้วคืออะไร? วันนี้เราจะมาทำความรู้จักเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กัน ธุรกิจ SME ชื่อภาษาอังกฤษก็คือ “SMAILL AND MEDIUM ENTERPRISE” หมายถึง ธุรกิจประเภทขนาดกลางและขนาดย่อม ธุรกิจประเภทนี้จะครอบคลุมไปถึงธุรกิจ 3 รูปแบบด้วยกัน นั่นคือ ธุรกิจเกี่ยวกับการผลิต (ธุรกิจประเภทนี้จะครอบคลุมถึงการผลิตทางด้านเกษตรกรรม, การผลิตทางด้านอุตสาหกรรมและการผลิตทางด้านเหมืองแร่), ธุรกิจเกี่ยวกับการค้า (ธุรกิจประเภทนี้จะครอบคลุมถึงการค้าส่งและการค้าปลีก) และสุดท้าย คือ ธุรกิจเกี่ยวกับการบริการ ข้อดีของธุรกิจ SME นั้นมีด้วยกันหลายอย่าง อาทิเช่น เป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการสามารถเลือกทำในสิ่งที่ตนเองชอบ สิ่งที่ตนเองถนัด สามารถเลือกได้ตามความต้องการของตนเองได้เลย, เป็นธุรกิจที่สามารถทำได้ง่าย เนื่องจาก ธุรกิจประเภทนี้มีปัจจัยในการดำเนินการที่ไม่มากเท่าธุรกิจประเภทอื่น, ผู้ประกอบการจะมีความเป็นอิสระมากกว่าธุรกิจอื่นๆ เพราะ สามารถที่จะเข้าไปบริหารจัดการธุรกิจอย่างทั่วถึงมากที่สุดและหากเมื่อใดที่ต้องประสบกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจมักจะมีโอกาสในการฟื้นตัวได้ง่ายมากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่บางประเภท สำหรับข้อเสียของธุรกิจ SME นั้นก็มีเช่นกัน อาทิเช่น ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจประเภทนี้มักจะขาดความรู้เกี่ยวกับทักษะทางด้านการตลาดและการบริหารจัดการจนอาจทำให้เกิดปัญหาในอนาคตตามมาได้, ธุรกิจประเภทนี้มักไม่ค่อยสามารถรักษาพนักงานที่มีความสามารถหรือมีความชำนาญเอาไว้ได้ เนื่องจาก ส่วนใหญ่แล้วพนักงานที่มีประสบการณ์การทำงานมากๆ มักจะเลือกย้ายที่ทำงานใหม่ …

การทำธุรกิจ SME แบบเสี่ยงน้อย…คุณสามารถทำได้

การทำธุรกิจย่อมมีความเสี่ยงแต่จะเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยนั่นก็แล้วแต่การบริหารจัดการและระบบการคิดของตัวคุณเอง ดังนั้นการทำธุรกิจ SME ให้เสี่ยงน้อยสุดแม้มันจะยากแต่ก็ใช่ว่าจะรับมือไม่ได้ คุณสามารถรับมือกับเรื่องนี้ได้เพียงแค่คุณรู้จักที่จะ มีเพื่อนคู่คิดในการทำธุรกิจ การที่คุณนั้นคิดจะทำธุรกิจย่อมต้องมีเพื่อนคู่คิดที่คุณไว้ใจได้สักคน เพื่อนคู่คิดที่ดีควรเป็นบุคคลที่จริงใจกับคุณ คอยช่วยเหลือคุณเสมอไม่ว่าขณะนั้นจะเกิดสิ่งใดเกิดขึ้นกับคุณก็ตาม เพื่อนคู่คิดไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะคนในวงการธุรกิจของคุณเองเท่านั้นแต่อาจเป็นคนที่เป็นคู่ค้าหรือเป็นคนที่เป็นพันธมิตรในธุรกิจของคุณก็ได้ เพราะการที่คุณมีเพื่อนคู่คิดที่ดีนั่นจะยิ่งเป็นการช่วยเสริมสร้างฐานความแข็งแรงให้กับธุรกิจของคุณได้มากมาย ทำให้มีความมั่นคงมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวอย่างไม่น่าเชื่อ หมั่นทำการตรวจสอบเรื่องของสถานะธุรกิจของตนเองเป็นประจำ สิ่งนี้เรียกว่าเป็นเรื่องของการรู้จักติดตามสถานการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางด้านธุรกิจนั่นเอง คุณต้องมีความมั่นใจว่าในขณะที่คุณกำลังทำธุรกิจอยู่นั้นคุณมาถูกทางแล้ว คุณมีการรักษาจังหวะการดำเนินการธุรกิจที่เป็นไปอย่างเหมาะสมเสมอ คุณมีความพร้อมหากต้องพบเจอกับปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น มีการเล็งเป้าหมายอย่างชัดเจน แต่หากสิ่งใดที่คุณคิดว่าคุณควรปรับหรือคุณควรเปลี่ยนเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีกว่าคุณก็ควรทำ อย่ามัวแต่ฝืนหรือพยายามดันทุรังทำต่อไปจนท้ายที่สุดกลายเป็นการทำร้ายธุรกิจของตัวเองไปในที่สุด

ข้อควรรู้ในการเริ่มทำธุรกิจ SME

ข้อควรรู้ในการเริ่มทำธุรกิจ SME ที่คุณควรทราบมีด้วยกัน 2 สิ่ง นั่นคือ คุณควรรู้จักที่จะสอดส่อง รู้จักที่จะสำรวจตลาดทั้งในส่วนของลูกค้าและส่วนของคู่แข่งไว้เสมอ เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับการทำธุรกิจ SME คุณจำเป็นต้องทราบข้อมูลในส่วนของลูกค้าและคู่แข่งไว้ให้มากๆ (ยิ่งทราบมากเท่าใดยิ่งเป็นประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น) ในกรณีของลูกค้า คุณควรลองทำการสำรวจเรื่องของความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ควรพิจารณาดูว่าจริงๆ แล้วลูกค้าต้องการสิ่งใด, สิ่งใดบ้างที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด, สิ่งใดบ้างที่ลูกค้าต้องการน้อยที่สุด, สินค้าของคุณจริงๆ แล้วเหมาะกับกลุ่มลูกค้าแบบใด เพศใด อายุเท่าไร (กลุ่มเป้าหมาย) เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยในการเป็นแนวทางเพื่อการวางแผนทางด้านการตลาดและการผลิตให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด และสำหรับในกรณีของคู่แข่ง คุณจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบถึงจุดเด่นและจุดด้อยของคู่แข่งว่าทางเขานั้นเป็นเช่นไรแต่เราขอบอกเลยว่ากรณีนี้อาจทำได้ยากเล็กน้อย เนื่องจาก ข้อมูลเหล่านี้ส่วนใหญ่คู่แข่งมักปกปิดไม่ให้คุณทราบ ดังนั้น คุณอาจต้องอาศัยความสามารถพิเศษในการสืบเสาะข้อมูลออกมาให้ได้ คุณต้องรู้จักที่จะสร้างธุรกิจของตัวคุณเองขึ้นมาให้ได้เสียก่อน ในการสร้างธุรกิจขึ้นมานั้นคุณต้องมีสิ่งต่อไปนี้ นั่นคือ การกำหนดวัตถุประสงค์ กำหนดเป้าหมายธุรกิจ, เรื่องของรูปแบบองค์กร, เรื่องของการหาแหล่งของเงินทุน, เรื่องของสินค้า บริการที่คุณตั้งใจผลิต, เรื่องของการจำหน่ายสินค้า, เรื่องของการจัดการเกี่ยวกับการเงินและสุดท้ายเรื่องของพนักงาน หากคุณสามารถบริหารจัดการสิ่งเหล่านี้ในธุรกิจของคุณได้ (บริหารจัดการให้สามารถดำเนินไปอย่างเป็นระบบ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ) ธุรกิจ SME ของคุณก็น่าจะเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นและมีวี่แววว่าน่าจะประสบความสำเร็จในอนาคตได้นั่นเอง